แว่วเสียงนางนวล

ยังอัพไม่เสร็จนะครับ 

 

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

ย้อนกลับไปเมื่อ 30 นาทีก่อน ณ เวลา 13.30 น.

หลังจากที่พวกบาโทระออกมาจากห้องรับแขก ทุกคนก็เดินมาถึงโถงทางเดิน

และได้มาเจอกับรูปของแม่มดเบียทริกซ์อีกครั้ง

พวกบาโทระหยุดเดินและหันมาพูดเกี่ยวกับเบียทริกซ์

บาโทระ : เกี่ยวกับแม่มดเบียทริกซ์น่ะ เรื่องจริงเหรอ?

มาเรีย : อู บาโทระไม่เชื่อ....

บาโทระ : อ้า โทษทีๆ ไม่ใช่ว่าฉันสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่มาเรียบอกหรอก

มาเรีย : อู! บาโทระเข้าใจแล้ว! อู!

เมื่อบาโทระเดินเข้าไปใกล้ภาพวาดของแม่มดเบียทริกซ์ ก็พบกับ...

บาโทระ : .......................อะไรนี่....แม่มดผู้ที่ซึ่งข้าหลงรักยิ่ง เบียทริกซ์
              ….แม่น้ำซึ่งทอดยาวผ่านหมู่บ้านอันเป็นที่รักยิ่ง…..แล้วก็..................
              .............ไอ้ประโยคยาวๆพวกนี้มันคืออะไรกัน?
 
ข้อความพวกนี้ถูกจารึกอยู่บนแผ่นใต้ภาพ
 
เจสซิก้า : สุดยอดไปเลยนะ ท่านปู่นั่นแหละที่เขียนขึ้นมา ...ไม่รู้มีความหมายแฝงอะไรหรือเปล่า?
มาเรีย : อู! มาเรียรู้!  ที่ซ่อนทองคำไง!
บาโทระ : เฮ้ๆ  ใช่เรื่องตำนานที่ซ่อนทองคำแห่งตระกูลอุชิโรมิยะหรือเปล่า?
              ชวนให้นึกถึงเรื่องเก่าๆซะจริง......พี่จริงจังหรือเปล่าเนี่ย
จอร์จ : ท่านปู่ผู้เป็นคนเขียนขึ้นมาไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับภาพนี้หรือข้อความเหล่านี้เลย
           แต่ว่าตามที่พ่อแม่เคยบอกไว้  ท่านปู่เขียนถึงที่ซ่อนของทองคำ 
           และยังมีเรื่องเล่าอีกว่าท่านปู่จะมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ผู้ที่สามารถแก้ปริศนานี้ได้
มาเรีย : อู! มาเรียเคยได้ยิน! มาเรียเคยได้ยิน!  ทองคำมากมาย! ทองคำมากมาย!
เจสซิก้า : ....เอาล่ะ...รู้สึกจะเป็นทองคำ 10 ตันนะ  สำหรับฉันมันก็แค่เรื่องหลอกเด็กแค่นั้นแหละ
บาโทระ : แต่ว่านะ  พออ่านข้อความพวกนี้แล้วรู้สึกเริ่มเปลี่ยนใจนิดหน่อยแล้วสิ
 
เมื่อบาโทระพูดจบ บาโทระก็เล่าเรื่องตำนานที่ซ่อนทองคำ 10 ตันให้เราฟัง
ในสมัยก่อนหลังจากที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเขตคันโต 
ท่านปู่ได้ผ่านมรสุมมากมายกว่าจะฟื้นฟูตระกูลอุชิโรมิยะขึ้นมาได้
นี่เป็นเรื่องที่ทุกๆคนรู้ๆกันอยู่  แต่ว่า...ก็มีเรื่องเล่าแปลกๆเกิดขึ้นมา
 
หลังจากสงครามจบลง  ท่านปู่สามารถรวบรวมทรัพย์สินต่างๆไว้ได้มากมาย
แต่ว่า เรื่องแปลกๆคือเงินทุนในช่วงแรกเริ่มนั้นมาจากไหน?
ช่วงแรกนั้นท่านปู่เป็นคนที่ไม่ได้รับการไว้วางใจจากใครทั้งนั้น
และเป็นที่แน่นอนว่าคงไม่มีใครบ้าพอที่จะให้เงินกู้จำนวนมหาศาลแก่คนที่ขาดความเชื่อถือ
ในเวลาต่อมา เมื่อมีคนถามถึงคำถามที่ว่าท่านปู่ได้รับเงินทุนเริ่มต้นมาจากไหน  ท่านจะตอบว่า..
วันหนึ่ง ข้าได้พบกับเบียทริกซ์ แม่มดสีทอง
 
เพราะความมุ่งหวังที่จะเป็นนักเวทย์อาคม  ท่านปู่ได้ศึกษาเกี่ยวกับมนต์ดำ
ว่ากันว่า ท่านปู่ได้ทำพิธีอัญเชิญแม่มดเบียทริกซ์ออกมา
โดยมีการแลกเปลี่ยนกับจิตวิญญาณของเขา  ท่านปู่ได้ทำพันธะสัญญาเพื่อที่จะแลกกับเงินทองและชื่อเสียง
เขาเล่าว่า แม่มดได้มอบทองคำปริมาณ 10 ตันให้แก่ท่านปู่  ต่อมาท่านปู่จึงได้เตรียมเงินทุนมหาศาลโดยมีทองคำเป็นรอง   และใช้ฟื้นฟูตระกูลอุชิโรมิยะ
เรื่องเล่าก็จบลงเพียงแต่เท่านี้
 

 
บาโทระ : ………….เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ  แต่ก่อนตอนที่พวกเราเป็นเด็ก
               เราได้ยินเรื่องเล่านี้แล้วก็ผจญภัยไปทั่วเกาะเพื่อตามล่าหาสมบัติ
               .....แล้วก็ยังหลงป่าอีกด้วยจนพวกคนใช้ตามหาเจอ   โดนพ่อแม่ดุซะยกใหญ่เลย
เจสซิก้า :  พวกเรานี่งี่เง่าจริงๆเลย  เพราะว่าท่านปู่ซื้อเกาะนี้หลังจากได้กำไรจากเงินทุนพวกนั้น
                ท่านมีทองก่อนที่จะมายังเกาะนี้ซะอีก  ไม่มีทางที่ทองคำจะอยู่บนเกาะนี้หรอก
จอร์จ : ไม่จำเป็นนะ  บางทีทองคำอาจจะอยู่นี่ตั้งแต่แรก  ท่านเลยซื้อเกาะนี้ไง
           และถ้าเป็นแบบนั้นจริงทองคำ 10 ตันก็น่าจะอยู่ที่นี่แหละ
 
 .......
Coming Soon in this Entry 
 
ต้องกราบขออภัยทุกท่านที่รอติดตามอยู่จริงๆครับ เพราะว่าผมกำลังเป็นไข้เลยอัพช้า
ช่วงนี้ผมอยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพของตนเองนะครับ
อากาศแย่มาก กลางวันร้อนจัด กลางคืนฝนตกเพราะพายุฤดูร้อน 
สำหรับเอนทรี่นี้เดี๋ยวผมจะมาต่อละกันนะครับ
 
ขอบคุณครับ 
 

edit @ 24 Apr 2008 21:10:50 by SoRuJa

Chapter 5

U P D A T E D

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

ขณะเวลา 13.30 น.

เมื่อคินโซไม่ยอมลงมาทานมื้อเที่ยงด้วย

บาโทระมันเลยบอกว่าแนะนำประวัติของคินโซให้เราฟังครับ


ในสมัยเมจิ(ค.ศ.1868 1912) และไทโชว(ค.ศ.1912-1926)ตอนต้น

เป็นสมัยที่ตระกูลอุชิโรมิยะเป็นที่รู้จักกันอย่างมากในฐานะตระกูลที่รุ่งเรือง

ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะได้เงินเสมอ

แต่ว่า...ท่านปู่เป็นเพียงส่วนเล็กๆของตระกูล ไม่มีความเกี่ยวดองกับทางตระกูลหลัก

ต่อมาในปีไทโชที่ 12 (ค.ศ.1923)มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแถบคันโต ทำให้ตระกูลหลักที่อยู่แถวโอดะวาระต้องล่มสลาย

ส่งผลให้ท่านปู่คินโซซึ่งเหลืออยู่คนเดียวต้องเป็นคนสืบทอดตระกูล

และแล้วชีวิตของท่านปู่ก็เปลี่ยนไปในทันที

ท่านปู่ได้รับความไว้วางใจให้ฟื้นฟูตระกูลที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและแทบจะไม่มีหวังเลยก็ตาม

แต่ว่าด้วยพรสวรรค์และความโชคดี ประกอบทั้งได้รับเงินกู้จำนวนมหาศาล

ท่านปู่สามารถสะสมเพิ่มพูนหลายสิ่งหลายอย่างกลับมา

แม้กระทั่งการเชื่อมความสัมพันธ์กับกองกำลังที่เข้ามายึดครองคือนายพลแม็คอาเธอร์ และ GHQ

*ประวัตินายพลแม็คอาเธอร์สามารถหาอ่านได้ที่วิกิพีเดียครับ*

*GHQ คือองค์กรของอเมริกาที่เข้ามาปกครองญี่ปุ่นหลังสงคราม*

*เรื่องของสงครามเกาหลีผมไม่ขอพูดถึงนะครับ ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ต้องขออภัย*

ในที่สุดท่านปู่ก็สามารถฟื้นฟูตระกูลอุชิโรมิยะได้และสร้างคฤหาสน์ที่เกาะรคเค็นจิมะ

จบลงเพียงแต่เท่านี้

ที่ห้องรับประทานอาหาร ทุกคนคุยกันอย่างสนุกสนาน

และเมื่อการรับประทานมื้อเที่ยงจบลง ทุกคนก็ออกมาดื่มชากันที่ห้องรับแขก


จากนั้นพวกเด็กๆก็ถูกบรรดาผู้ใหญ่แนะนำให้ไปเล่นที่ชายหาด(ไล่ทางอ้อม)

เมื่อพวกเด็กๆออกไปหมดแล้ว

เคร้าส ฮ่าๆๆๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวของรูดอล์ฟนี่ดีจริงๆนะ

รูดอล์ฟ หยุดเถอะพี่ ยังไงผมก็แพ้พี่เรื่องนั้นอยู่ดี

เอวา นั่นสินะ เจสซิก้าจังโตแล้วน่ารักจริงๆ นี่ก็เป็นผลพวงจากการสั่งสอนของพี่นัตสึฮิด้วยใช่ไหม

นัตสึฮิ ....ขอบคุณ...

บรรยากาศในห้องเริ่มมาคุ คราวนี้เป็นฮิเดโยชิที่สังเกตได้ก่อน

ฮิเดโยช จะว่าไป เด็กพวกนั้นก็โตกันเร็วจริงๆนะ ฉันเคยคิดว่าพวกนั้นจะเป็นเด็กตลอดไป

แต่ว่าแปปเดียวร่างกายก็โตขึ้นก่อนที่ใครจะคิดว่าพวกเขาต้องมารวมกลุ่มกับผู้ใหญ่

บาโทระคุงยิ่งรับไม่ได้!!

คิริเอะ ถึงร่างกายเขาจะโตแค่ไหน แต่ยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี สามีฉันก็ด้วยนะ

โรซ่า ชั้นสงสัยจังว่าเส้นกั้นระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่อยู่ตรงไหน

จนถึงตอนนี้ชั้นก็ยังไม่ตระหนักเลยว่าชั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว

เคร้าส์ น่าอายจริง นั่นไม่ใช่คำที่แม่ของเด็กควรพูดนะ

เอวา - นั่นสินะ เราไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว พวกเราเป็นผู้ใหญ่

เพราะฉะนั้นชั้นเลยอยากสนทนาแบบผู้ใหญ่ที่ปราศจากอารมณ์อ่อนไหว

เมื่อคำพูดเหน็บแหนมของเอวาจบลง บรรยากาศเริ่มซีเรียสขึ้นมาทันที

รูดอล์ฟ พอเถอะพี่ ขณะที่เด็กๆไม่อยู่ มาเข้าสู่หัวข้อหลักกันซะที

เนื่องจากปีที่แล้ว หมอบอกว่าเขาจะอยู่ได้ไม่ถึง 3 เดือน แต่นี่ก็ผ่านมา 9 เดือนแล้ว

ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่การประชุมจะจบลงซะที ว่าแต่ว่าตอนนี้อาการเป็นยังไงมั่ง

นัตสึฮิ - .....ถึงตอนนี้ท่านหัวหน้าตระกูลยังสุขภาพดีอยู่.....

การพยายามพูดเรื่องไม่เหมาะสมแบบนี้ในสถานที่แห่งนี้กลางวันแสกๆ

ดิชั้นชักจะสงสัยแล้วสิว่าคุณรูดอล์ฟเป็นคนแบบไหนกันแน่!

ฮิเดโยชิ - แต่ว่าคุณนัตสึฮิ การประชุมที่น่าเบื่อแบบนี้ ถ้าเรายังปล่อยต่อไปมันอาจจะสายไปแล้วก็ได้

ตอนนี้เป็นเวลาที่ดี เราต้องรักษาความสงบแล้วเดินหน้าต่อไป นี่ก็เป็น 1 ในคุณสมบัติผู้ดีนะ

เคร้าส์ - ทุกท่านๆ......ดูเหมือนว่าท่านจะสนใจคุณพ่อสินะ คุณหมอนันโจ ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย

ดูเหมือนทุกๆคนจะอยากฟัง

นันโจ - ..อ่ะแฮ่ม...

โรซ่า - คุณหมอนันโจ ... คุณคิดเห็นยังไงบ้างกับอาการของคุณพ่อ

นันโจ เริ่มต้นก็... เนื่องจากดูเหมือนว่าคำพูดที่ว่าเหลือชีวิตอีก 3 เดือนจะยังคงอยู่เหมือนเดิม

ผมจะเริ่มต้นจากการแก้ไขตรงนั้น

??? - ตรงนั้นพวกเรารู้อยู่แล้ว คุณกำลังจะบอกว่าช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตของเขาคือการพยากรณ์

ไม่ใช่คำสัญญาสินะ

นันโจ - ใช่แล้วครับ...เพราะงั้นถึงผมจะถูกถาม แต่การตายของเขาเป็นสิ่งที่ผมระบุลงไปชัดๆไม่ได้

ชีวิตของคนนั้นมาจากร่างกายและจิตใจ ถ้าร่างกายอ่อนแอลงก็อาจจะเป็นอันตราย

แต่ถ้ามีจิตใจที่เข้มแข็งช่วยชดเชยล่ะก็ ก็สามารถรักษาไว้ซึ่งสุขภาพที่ดีได้

คิริเอะ - คุณอยากจะบอกว่า ถึงร่างกายจะเป็นแบบนั้น แต่จิตใจเขายังเข้มแข็งดีใช่ไหม

รูดอล์ฟ คิริเอะ.... ขอโทษนะแต่ช่วยเงียบหน่อย...

คิริเอะ - อ้า ขอโทษๆ

นันโจ - ถูกต้องแล้วครับ ร่างกายของคุณคินโซตอนนี้แย่มากๆเพราะโรคภัย

แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือเขายังดื่มสาเกแรงๆทุกวันๆ

รูดอล์ฟ สรุปว่าตอนนี้เป็นความผิดของสาเกสินะ

แล้วการที่เขาอายุยืนจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะสาเกนั่นด้วยหรือเปล่า

ดูเหมือนว่าคุณพ่อจะเป็นนักดื่มตัวยงนี่นา

เอวา - ถ้างั้น คุณหมอนันโจ...ชั้นสงสัยจังว่าคุณพ่อจะมีชีวิตอยู่ถึงปีหน้ารึเปล่า?

นัตสึฮิ - มันออกจะแรงไปนะคะ!

ฮิเดโยชิ อ้า คุณนัตสึฮิ อดทนหน่อยครับ เอวา เธอก็เหมือนกัน พูดจาดีๆหน่อย

เอวา - อ๊ะ โทษที ชั้นแค่รู้สึกไม่สบายใจและเป็นห่วงน่ะ (หัวเราะคิกๆ)

นัตสึฮ งั้นเหรอคะ ดิชั้นไม่ยักจะเห็น....

จากนั้นก็มีการพูดคุยกับหมอนันโจกันนิดหน่อย แต่เมื่อไม่ได้อะไรขึ้นมาประเด็นจึงเริ่มเปลี่ยน...

โรซ่า - พวกเราเข้าใจความเห็นของหมอนันโจนะ แล้วพี่เคร้าส์คิดยังไงมั่ง

เคร้าส์ - พูดกันตามตรง ฉันไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของหมอนันโจ

สิ่งที่ฉันคิดคือ ไม่มีทางที่คุณพ่อจะเป็นโรคร้ายและอยู่ได้อีก 3 เดือน

เสียงตะโกนของคุณพ่อยังดังและน่ากลัวเหมือนเดิม

จริงแล้วๆการที่ให้ลูกชายคนโตเป็นคนเลี้ยงดูพ่อนี่มันไม่ยุติธรรมจริงๆ

รูดอล์ฟ งั้นชาติหน้าก็เกิดทีหลังฉันแล้วกัน เข้าสู่หัวข้อหลักจริงๆกันซะที

ตามที่หมอพูดมา มันไม่แปลกที่เขาจะหลบซ่อนตัวเองอยู่ในห้องสินะ

โทษนะพี่ชาย แต่ว่าขอเอาคำพูดของผู้เชี่ยวชาญมาใช้ละกัน

นอกจากนั้น มันถึงเวลาแล้วที่จะพูดเกี่ยวกับทรัพย์สินของคุณพ่อ

เอวา - ทรัพย์สินส่วนตัวของคุณพ่อนี่น่าจะถึงหมื่นล้านใช่ไหม ?

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเงินตามกฎหมายซะหมดนะ

เพราะงั้นมันคงไม่แบ่งกันง่ายๆหรอก ก็เหมือนหั่นเค้กวันเกิดนั่นแหละ

รูดอล์ฟ การยกตัวอย่างของพี่หญิงน่าสนใจมาก ใช่แล้ว

การแบ่งเค้กวันเกิดที่มีสตรอเบอรี่และช็อคโกแลตอยู่บนเค้ก

มันยากที่จะแบ่งอย่างยุติธรรม ถ้าเอามาพิจารณาว่าเราจะเอามีดหั่นลงยังไง

นั่นเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าซะอีก

นัตสึฮิ - ดิชั้นไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงพูดกันอย่างเสียงดังหน้าตาเฉยเรื่องที่

ท่านหัวหน้าตระกูลเสียชีวิตทั้งๆที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

เอวา - แหม ก็มันจำเป็นนี่นา แล้วก็ทรัพย์สินของตระกูลอุชิโรมิยะน่ะมีมหาศาลมากนะ

ไม่เหมือนที่บ้านพ่อแม่ของเธอซะหน่อย

นัตสึฮิ - โทษนะ! บ้านพ่อแม่ชั้นไปเกี่ยวไรไม่ทราบ!

ฮิเดโยชิ หยุดนะเอวา คุณนัตสึฮิก็กรุณาอดกลั้นด้วย ยกโทษให้กับคำถากถางของเอวาเถอะ

 

เมื่อหมอนันโจที่อยู่ในห้องเริ่มเห็นว่าประเด็นไม่เกี่ยวข้องกับตนจึงลาและเดินออกไปจากห้องรับแขก

 

เคร้าส นั่นสินะประเด็น คุณพ่อกำลังใกล้ตาย เธอกำลังรีบเร่งการแบ่งมรดก ทำไมถึงอดทนไม่ไหวกันล่ะ

และแน่นอน อย่างที่พวกเธอพูดกันนั่นแหละ

การแบ่งทรัพย์สินของตระกูลอุชิโรมิยะไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องคำนวณกันดีๆ

ถ้าจะแบ่งให้เสร็จในคืนนี้มันก็เร็วเกินไปนะ ใช่ไหมโรซ่า มีอะไรถึงต้องรีบล่ะ?

โรซ่า - ......ไม่มีเหตุผลอะไรหรอก แต่มันจำเป็นต้องมีการตกลงกันระหว่างพี่น้อง

เรื่องนั้นสามารถทำตอนไหนก็ได้มันก็จริงอยู่ แต่สุขภาพของคุณพ่อน่ะแย่ลงเรื่อยๆ

วันนั้นก็ใกล้จะมาถึงแล้ว ชั้นไม่คิดว่ามันเป็นการใจร้อนหรอก

เคร้าส์ - โฮ่ ... นี่เหรอสิ่งที่เธอคิดจริงๆน่ะ

ฉันไม่คิดเลยว่าเธอที่เป็นคนว่านอนสอนง่ายและคิดบริสุทธิ์ที่สุดจะพูดออกมาได้

เธอโดน 2 คนนั้นล้างสมองแล้วเหรอ

โรซ่า - .........................

รูดอล์ฟ พอได้แล้วพี่ชาย โรซ่าก็เป็น 1 ในพี่น้องของเรานะ

เธอมีสิทธิ์ที่จะได้รับทรัพย์สินของคุณพ่อเหมือนกัน

มันก็ต้องสนใจเป็นธรรมดา เพราะคุณพ่อจะต้องตายในวันใดวันหนึ่งอีกไม่นาน

แต่กลับกันกับพี่ชาย ดูเหมือนว่าพี่ชายจะพยายามบ่ายเบี่ยงการประชุมนี้ออกไป

นัตสึฮิ - คุณหมายความว่าไง? คุณกำลังจะบอกว่าเขารู้สึกผิดต่อท่านหัวหน้าตระกูลเหรอ

ฮิเดโยชิ - อ่า อ่า อ่า คุณนัตสึฮิ

เอวา - พี่ชาย ตอนนี้พี่ยังหัวดื้ออยู่เหรอ นั่นสินะ...

เพราะว่าปีที่แล้วค่าเงินเยนสูงขึ้นอย่างดีและคาดไม่ถึง

มันไม่เหมือนความฝันที่ 100 เยนจะแลก 1 ดอลล่าร์หรอกเหรอ?

จากนั้นทุกคนจะพูดเกี่ยวกับการเศรษฐกิจโดยรวม แต่ประเด็นหลักๆคือคำถามที่ว่า

..........จะแบ่งเกาะนี้อย่างไร และจะเอาเกาะไปทำอะไร........

เอวา รูดอล์ฟ และโรซ่ากล่าวหาเคร้าส์เรื่องจะเอาเกาะไปทำรีสอร์ท

โดยมีหลักฐานคือบ้านรับรองสุดหรู ซึ่งคาดว่าจะทำเป็นโรงแรม แต่แล้ว....

...............................

......................

...........

.....

สิ่งที่พวกคุณคิดทั้งหมด….

มันคือการทรยศท่านหัวหน้าตระกูล!!!

ยกโทษให้ไม่ได้!! แม้แต่คุณสมบัติที่จะข้ามธรณีประตูคฤหาสน์อุชิโรมิยะอันทรงเกียรติ พวกคุณไม่มีอีกแล้ว!

ออกไปจากที่นี่ซะ! ออกไปสิ!!

นัตสึฮิซึ่งอดกลั้นความโกรธไม่ไหวตะคอกใส่เอวาเสียงดัง

จากนั้นก็ชี้มือไปที่เอวาแล้วชี้ไปทางระเบียงทางเดินเพื่อที่จะไล่เธอออกไป

แต่เอวากลับเอาพัดขึ้นมาพัดให้ตัวเอง แล้วยิ้มอย่างชั่วร้าย

บรรยากาศในห้องเงียบกริบ โรซ่ากลืนน้ำลาย....

เอวา นี่พี่นัตสึฮิ สั่งใครเหรอ?

นัตสึฮิ - สั่งน้องสาวของสามีชั้นที่มันกล้าหยาบคายยังไงล่ะ!!!!

ชั้นทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว!!

เอวา - หึหึหึ......ฮ่าๆๆๆ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ! !

หุบปากไปซะแกอีนังชั้นต่ำ!!

บ้าเอ๊ย! แกนั่นแหละที่ต้องออกไป!!

ชั้นคือ อุชิโรมิยะ เอวา! !

ยศอันดับ 3 ได้รับเกียรติให้นั่งข้างซ้ายท่านหัวหน้าตระกูล! !

รู้ที่ต่ำที่สูงซะมั่ง!! เคยส่องกระจกมั่งมั้ย?!!

สัญลักษณ์ปีกก็ไม่เห็นมี!! รู้ที่ที่ควรอยู่ซะบ้างสิ!!

นัตสึฮิโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ทำไรไม่ได้ เธอคิดว่าสามีคงจะช่วยเธอ

แต่เมื่อเคร้าส์ผู้เป็นสามีบอกให้นั่งลงและเงียบ

นัตสึฮิจึงวิ่งพร้อมน้ำตาออกไปที่ระเบียงทางเดินทันที

ยายคุมาซาวะที่เห็นเหตุการณ์จึงได้แต่คิดในใจ

.....น่าสงสารจริง.....

....ชั้นทำอะไรไม่ได้เลย มีแต่คอยแอบมองเท่านั้นเอง......

จบบทนี้ ณ เวลาบ่าย 2

The End of Chapter 5

=-=-=-=-=-=-=-=

ขอโทษทุกท่านที่มาช้านะครับ ช่วงสงกรานต์ไม่มีเวลาเลย

แล้วก็สำหรับตอนที่ 5 อาจจะสั้นไปหน่อยนะครับ

เพราะผมแปลไม่แน่ใจจริงๆเรื่องสงครามเกาหลี
 

กับเรื่องของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ในเรื่องกล่าวถึง

สำหรับตอนที่ 6 ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะอัพประมาณวันพุธนะครับ

ขอบคุณครับ

 

*EDIT ข้อมูลเกร็ดสงครามเกาหลีนะครับ โดยคุณ Lowfailer

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาวะล้มละลายและถูก
อเมริกายึดครองกลายเป็นประเทศที่แทบจะไร้อนาคต
แต่ก็สงครามเกาหลีนี้เองที่มีส่วนให้ญี่ปุ่นฟื้นฟูประเทศได้เร็วขึ้น
เรื่องมีอยู่ว่าเกาหลีเหนือ(ภายใต้การหนุนของโซเวียต)ได้บุก
เกาหลีใต้(ในสมัยนั้นอ่อนแอสิ้นดี)หมายจะรวมประเทศให้เป็นหนึ่ง

ฝ่ายอเมริกาเกรงว่าลัทธิคอมมูนิสต์จะเข้ามามีอิทธิพลทั่วทั้งเอเชีย
ตะวันออกจึงได้ทุ่มงบประมาณเต็มที่ในสงครามครั้งนี้

ญี่ปุ่นพลอยได้รับอานิสงต์จากงบประมาณสงครามด้วย
เพราะอเมริกาได้พัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำหรับใช้เป็น
ฐานทัพในการทำสงคราม รวมทั้งได้อัดฉีดเงินให้ญี่ปุ่นเพื่อไม่ให้
หันเหเข้าไปหาฝ่ายคอมมูนิสต์และใช้พัฒนาญี่ปุ่นให้สามารถ
พึ่งตนเองได้เพื่อเป็นด่านหน้าของอเมริกาในการเผชิญหน้ากับ
ฝ่ายคอมมูนิสต์
 

สำหรับตามที่บาโทระพูดนั้นมีใจความว่า

"ท่านปู่รู้แต่แรกแล้วว่าจะต้องมีสงครามเกาหลีขึ้น 

ตามในหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ได้รับผลประโยชน์จากสงครามเกาหลี

แต่ความจริงแล้วมีเพียงระดับคนรวยเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์ คนระดับล่างยังคงจนอยู่เหมือนเดิม

สำหรับท่านปู่นั้นได้เป็น 1 ในกลุ่มของคนที่โชคดี"

 

 

 

 

edit @ 19 Apr 2008 15:01:24 by SoRuJa