Chapter 5
U
P D A T E D
=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
ขณะเวลา 13.30 น.
เมื่อคินโซไม่ยอมลงมาทานมื้อเที่ยงด้วย
บาโทระมันเลยบอกว่าแนะนำประวัติของคินโซให้เราฟังครับ
ในสมัยเมจิ(ค.ศ.1868 – 1912) และไทโชว(ค.ศ.1912-1926)ตอนต้น
เป็นสมัยที่ตระกูลอุชิโรมิยะเป็นที่รู้จักกันอย่างมากในฐานะตระกูลที่รุ่งเรือง
ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะได้เงินเสมอ
แต่ว่า...ท่านปู่เป็นเพียงส่วนเล็กๆของตระกูล ไม่มีความเกี่ยวดองกับทางตระกูลหลัก
ต่อมาในปีไทโชที่ 12
(ค.ศ.1923)มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแถบคันโต ทำให้ตระกูลหลักที่อยู่แถวโอดะวาระต้องล่มสลาย
ส่งผลให้ท่านปู่คินโซซึ่งเหลืออยู่คนเดียวต้องเป็นคนสืบทอดตระกูล
และแล้วชีวิตของท่านปู่ก็เปลี่ยนไปในทันที
ท่านปู่ได้รับความไว้วางใจให้ฟื้นฟูตระกูลที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและแทบจะไม่มีหวังเลยก็ตาม
แต่ว่าด้วยพรสวรรค์และความโชคดี
ประกอบทั้งได้รับเงินกู้จำนวนมหาศาล
ท่านปู่สามารถสะสมเพิ่มพูนหลายสิ่งหลายอย่างกลับมา
แม้กระทั่งการเชื่อมความสัมพันธ์กับกองกำลังที่เข้ามายึดครองคือนายพลแม็คอาเธอร์
และ GHQ
*ประวัตินายพลแม็คอาเธอร์สามารถหาอ่านได้ที่วิกิพีเดียครับ*
*GHQ คือองค์กรของอเมริกาที่เข้ามาปกครองญี่ปุ่นหลังสงคราม*
*เรื่องของสงครามเกาหลีผมไม่ขอพูดถึงนะครับ ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ต้องขออภัย*
ในที่สุดท่านปู่ก็สามารถฟื้นฟูตระกูลอุชิโรมิยะได้และสร้างคฤหาสน์ที่เกาะรคเค็นจิมะ
จบลงเพียงแต่เท่านี้
ที่ห้องรับประทานอาหาร ทุกคนคุยกันอย่างสนุกสนาน
และเมื่อการรับประทานมื้อเที่ยงจบลง
ทุกคนก็ออกมาดื่มชากันที่ห้องรับแขก

จากนั้นพวกเด็กๆก็ถูกบรรดาผู้ใหญ่แนะนำให้ไปเล่นที่ชายหาด(ไล่ทางอ้อม)
เมื่อพวกเด็กๆออกไปหมดแล้ว
เคร้าส์ – ฮ่าๆๆๆ
ความสัมพันธ์ในครอบครัวของรูดอล์ฟนี่ดีจริงๆนะ
รูดอล์ฟ – หยุดเถอะพี่
ยังไงผมก็แพ้พี่เรื่องนั้นอยู่ดี
เอวา – นั่นสินะ
เจสซิก้าจังโตแล้วน่ารักจริงๆ
นี่ก็เป็นผลพวงจากการสั่งสอนของพี่นัตสึฮิด้วยใช่ไหม
นัตสึฮิ – ....ขอบคุณ...
บรรยากาศในห้องเริ่มมาคุ คราวนี้เป็นฮิเดโยชิที่สังเกตได้ก่อน
ฮิเดโยชิ – จะว่าไป
เด็กพวกนั้นก็โตกันเร็วจริงๆนะ
ฉันเคยคิดว่าพวกนั้นจะเป็นเด็กตลอดไป
แต่ว่าแปปเดียวร่างกายก็โตขึ้นก่อนที่ใครจะคิดว่าพวกเขาต้องมารวมกลุ่มกับผู้ใหญ่
บาโทระคุงยิ่งรับไม่ได้!!
คิริเอะ – ถึงร่างกายเขาจะโตแค่ไหน แต่ยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี สามีฉันก็ด้วยนะ
โรซ่า –
ชั้นสงสัยจังว่าเส้นกั้นระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่อยู่ตรงไหน
จนถึงตอนนี้ชั้นก็ยังไม่ตระหนักเลยว่าชั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว
เคร้าส์ – น่าอายจริง
นั่นไม่ใช่คำที่แม่ของเด็กควรพูดนะ
เอวา - นั่นสินะ
เราไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว
พวกเราเป็นผู้ใหญ่
เพราะฉะนั้นชั้นเลยอยากสนทนาแบบผู้ใหญ่ที่ปราศจากอารมณ์อ่อนไหว
เมื่อคำพูดเหน็บแหนมของเอวาจบลง
บรรยากาศเริ่มซีเรียสขึ้นมาทันที
รูดอล์ฟ – พอเถอะพี่
ขณะที่เด็กๆไม่อยู่ มาเข้าสู่หัวข้อหลักกันซะที
เนื่องจากปีที่แล้ว หมอบอกว่าเขาจะอยู่ได้ไม่ถึง 3 เดือน แต่นี่ก็ผ่านมา 9 เดือนแล้ว
ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่การประชุมจะจบลงซะที
ว่าแต่ว่าตอนนี้อาการเป็นยังไงมั่ง
นัตสึฮิ -
.....ถึงตอนนี้ท่านหัวหน้าตระกูลยังสุขภาพดีอยู่.....
การพยายามพูดเรื่องไม่เหมาะสมแบบนี้ในสถานที่แห่งนี้กลางวันแสกๆ
ดิชั้นชักจะสงสัยแล้วสิว่าคุณรูดอล์ฟเป็นคนแบบไหนกันแน่!
ฮิเดโยชิ - แต่ว่าคุณนัตสึฮิ การประชุมที่น่าเบื่อแบบนี้
ถ้าเรายังปล่อยต่อไปมันอาจจะสายไปแล้วก็ได้
ตอนนี้เป็นเวลาที่ดี
เราต้องรักษาความสงบแล้วเดินหน้าต่อไป
นี่ก็เป็น 1 ในคุณสมบัติผู้ดีนะ
เคร้าส์ - ทุกท่านๆ......ดูเหมือนว่าท่านจะสนใจคุณพ่อสินะ คุณหมอนันโจ ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย
ดูเหมือนทุกๆคนจะอยากฟัง
นันโจ - ..อ่ะแฮ่ม...
โรซ่า - คุณหมอนันโจ
... คุณคิดเห็นยังไงบ้างกับอาการของคุณพ่อ
นันโจ – เริ่มต้นก็... เนื่องจากดูเหมือนว่าคำพูดที่ว่าเหลือชีวิตอีก
3 เดือนจะยังคงอยู่เหมือนเดิม
ผมจะเริ่มต้นจากการแก้ไขตรงนั้น
??? -
ตรงนั้นพวกเรารู้อยู่แล้ว คุณกำลังจะบอกว่าช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตของเขาคือการพยากรณ์
ไม่ใช่คำสัญญาสินะ
นันโจ - ใช่แล้วครับ...เพราะงั้นถึงผมจะถูกถาม
แต่การตายของเขาเป็นสิ่งที่ผมระบุลงไปชัดๆไม่ได้
ชีวิตของคนนั้นมาจากร่างกายและจิตใจ
ถ้าร่างกายอ่อนแอลงก็อาจจะเป็นอันตราย
แต่ถ้ามีจิตใจที่เข้มแข็งช่วยชดเชยล่ะก็ ก็สามารถรักษาไว้ซึ่งสุขภาพที่ดีได้
คิริเอะ - คุณอยากจะบอกว่า ถึงร่างกายจะเป็นแบบนั้น
แต่จิตใจเขายังเข้มแข็งดีใช่ไหม
รูดอล์ฟ – คิริเอะ.... ขอโทษนะแต่ช่วยเงียบหน่อย...
คิริเอะ - อ้า ขอโทษๆ
นันโจ - ถูกต้องแล้วครับ ร่างกายของคุณคินโซตอนนี้แย่มากๆเพราะโรคภัย
แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือเขายังดื่มสาเกแรงๆทุกวันๆ
รูดอล์ฟ – สรุปว่าตอนนี้เป็นความผิดของสาเกสินะ
แล้วการที่เขาอายุยืนจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะสาเกนั่นด้วยหรือเปล่า
ดูเหมือนว่าคุณพ่อจะเป็นนักดื่มตัวยงนี่นา
เอวา - ถ้างั้น
คุณหมอนันโจ...ชั้นสงสัยจังว่าคุณพ่อจะมีชีวิตอยู่ถึงปีหน้ารึเปล่า?
นัตสึฮิ - มันออกจะแรงไปนะคะ!
ฮิเดโยชิ – อ้า คุณนัตสึฮิ อดทนหน่อยครับ เอวา เธอก็เหมือนกัน พูดจาดีๆหน่อย
เอวา - อ๊ะ โทษที ชั้นแค่รู้สึกไม่สบายใจและเป็นห่วงน่ะ
(หัวเราะคิกๆ)
นัตสึฮิ – งั้นเหรอคะ ดิชั้นไม่ยักจะเห็น....
จากนั้นก็มีการพูดคุยกับหมอนันโจกันนิดหน่อย
แต่เมื่อไม่ได้อะไรขึ้นมาประเด็นจึงเริ่มเปลี่ยน...
โรซ่า - พวกเราเข้าใจความเห็นของหมอนันโจนะ แล้วพี่เคร้าส์คิดยังไงมั่ง
เคร้าส์ - พูดกันตามตรง
ฉันไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของหมอนันโจ
สิ่งที่ฉันคิดคือ
ไม่มีทางที่คุณพ่อจะเป็นโรคร้ายและอยู่ได้อีก 3 เดือน
เสียงตะโกนของคุณพ่อยังดังและน่ากลัวเหมือนเดิม
จริงแล้วๆการที่ให้ลูกชายคนโตเป็นคนเลี้ยงดูพ่อนี่มันไม่ยุติธรรมจริงๆ
รูดอล์ฟ – งั้นชาติหน้าก็เกิดทีหลังฉันแล้วกัน เข้าสู่หัวข้อหลักจริงๆกันซะที
ตามที่หมอพูดมา
มันไม่แปลกที่เขาจะหลบซ่อนตัวเองอยู่ในห้องสินะ
โทษนะพี่ชาย แต่ว่าขอเอาคำพูดของผู้เชี่ยวชาญมาใช้ละกัน
นอกจากนั้น
มันถึงเวลาแล้วที่จะพูดเกี่ยวกับทรัพย์สินของคุณพ่อ
เอวา - ทรัพย์สินส่วนตัวของคุณพ่อนี่น่าจะถึงหมื่นล้านใช่ไหม
?
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเงินตามกฎหมายซะหมดนะ
เพราะงั้นมันคงไม่แบ่งกันง่ายๆหรอก
ก็เหมือนหั่นเค้กวันเกิดนั่นแหละ
รูดอล์ฟ – การยกตัวอย่างของพี่หญิงน่าสนใจมาก ใช่แล้ว
การแบ่งเค้กวันเกิดที่มีสตรอเบอรี่และช็อคโกแลตอยู่บนเค้ก
มันยากที่จะแบ่งอย่างยุติธรรม ถ้าเอามาพิจารณาว่าเราจะเอามีดหั่นลงยังไง
นั่นเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าซะอีก
นัตสึฮิ -
ดิชั้นไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงพูดกันอย่างเสียงดังหน้าตาเฉยเรื่องที่
ท่านหัวหน้าตระกูลเสียชีวิตทั้งๆที่ท่านยังมีชีวิตอยู่
เอวา - แหม ก็มันจำเป็นนี่นา แล้วก็ทรัพย์สินของตระกูลอุชิโรมิยะน่ะมีมหาศาลมากนะ
ไม่เหมือนที่บ้านพ่อแม่ของเธอซะหน่อย
นัตสึฮิ - โทษนะ! บ้านพ่อแม่ชั้นไปเกี่ยวไรไม่ทราบ!
ฮิเดโยชิ – หยุดนะเอวา
คุณนัตสึฮิก็กรุณาอดกลั้นด้วย
ยกโทษให้กับคำถากถางของเอวาเถอะ
เมื่อหมอนันโจที่อยู่ในห้องเริ่มเห็นว่าประเด็นไม่เกี่ยวข้องกับตนจึงลาและเดินออกไปจากห้องรับแขก
เคร้าส์ – นั่นสินะประเด็น
คุณพ่อกำลังใกล้ตาย เธอกำลังรีบเร่งการแบ่งมรดก ทำไมถึงอดทนไม่ไหวกันล่ะ
และแน่นอน
อย่างที่พวกเธอพูดกันนั่นแหละ
การแบ่งทรัพย์สินของตระกูลอุชิโรมิยะไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องคำนวณกันดีๆ
ถ้าจะแบ่งให้เสร็จในคืนนี้มันก็เร็วเกินไปนะ ใช่ไหมโรซ่า มีอะไรถึงต้องรีบล่ะ?
โรซ่า - ......ไม่มีเหตุผลอะไรหรอก แต่มันจำเป็นต้องมีการตกลงกันระหว่างพี่น้อง
เรื่องนั้นสามารถทำตอนไหนก็ได้มันก็จริงอยู่
แต่สุขภาพของคุณพ่อน่ะแย่ลงเรื่อยๆ
วันนั้นก็ใกล้จะมาถึงแล้ว ชั้นไม่คิดว่ามันเป็นการใจร้อนหรอก
เคร้าส์ - โฮ่ ... นี่เหรอสิ่งที่เธอคิดจริงๆน่ะ
ฉันไม่คิดเลยว่าเธอที่เป็นคนว่านอนสอนง่ายและคิดบริสุทธิ์ที่สุดจะพูดออกมาได้
เธอโดน 2 คนนั้นล้างสมองแล้วเหรอ
โรซ่า -
.........................
รูดอล์ฟ – พอได้แล้วพี่ชาย โรซ่าก็เป็น 1 ในพี่น้องของเรานะ
เธอมีสิทธิ์ที่จะได้รับทรัพย์สินของคุณพ่อเหมือนกัน
มันก็ต้องสนใจเป็นธรรมดา
เพราะคุณพ่อจะต้องตายในวันใดวันหนึ่งอีกไม่นาน
แต่กลับกันกับพี่ชาย
ดูเหมือนว่าพี่ชายจะพยายามบ่ายเบี่ยงการประชุมนี้ออกไป
นัตสึฮิ - คุณหมายความว่าไง?
คุณกำลังจะบอกว่าเขารู้สึกผิดต่อท่านหัวหน้าตระกูลเหรอ
ฮิเดโยชิ - อ่า อ่า อ่า คุณนัตสึฮิ
เอวา - พี่ชาย
ตอนนี้พี่ยังหัวดื้ออยู่เหรอ
นั่นสินะ...
เพราะว่าปีที่แล้วค่าเงินเยนสูงขึ้นอย่างดีและคาดไม่ถึง
มันไม่เหมือนความฝันที่ 100 เยนจะแลก
1 ดอลล่าร์หรอกเหรอ?
จากนั้นทุกคนจะพูดเกี่ยวกับการเศรษฐกิจโดยรวม
แต่ประเด็นหลักๆคือคำถามที่ว่า
..........จะแบ่งเกาะนี้อย่างไร และจะเอาเกาะไปทำอะไร........
เอวา รูดอล์ฟ
และโรซ่ากล่าวหาเคร้าส์เรื่องจะเอาเกาะไปทำรีสอร์ท
โดยมีหลักฐานคือบ้านรับรองสุดหรู
ซึ่งคาดว่าจะทำเป็นโรงแรม แต่แล้ว....
...............................
......................
...........
.....
“สิ่งที่พวกคุณคิดทั้งหมด….
มันคือการทรยศท่านหัวหน้าตระกูล!!!
ยกโทษให้ไม่ได้!!
แม้แต่คุณสมบัติที่จะข้ามธรณีประตูคฤหาสน์อุชิโรมิยะอันทรงเกียรติ พวกคุณไม่มีอีกแล้ว!
ออกไปจากที่นี่ซะ! ออกไปสิ!! “
นัตสึฮิซึ่งอดกลั้นความโกรธไม่ไหวตะคอกใส่เอวาเสียงดัง
จากนั้นก็ชี้มือไปที่เอวาแล้วชี้ไปทางระเบียงทางเดินเพื่อที่จะไล่เธอออกไป
แต่เอวากลับเอาพัดขึ้นมาพัดให้ตัวเอง แล้วยิ้มอย่างชั่วร้าย
บรรยากาศในห้องเงียบกริบ
โรซ่ากลืนน้ำลาย....
เอวา – นี่พี่นัตสึฮิ สั่งใครเหรอ?
นัตสึฮิ - สั่งน้องสาวของสามีชั้นที่มันกล้าหยาบคายยังไงล่ะ!!!!
ชั้นทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว!!
เอวา - หึหึหึ......ฮ่าๆๆๆ!
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ! !
หุบปากไปซะแกอีนังชั้นต่ำ!!
บ้าเอ๊ย! แกนั่นแหละที่ต้องออกไป!!
ชั้นคือ อุชิโรมิยะ เอวา! !
ยศอันดับ 3
ได้รับเกียรติให้นั่งข้างซ้ายท่านหัวหน้าตระกูล! !
รู้ที่ต่ำที่สูงซะมั่ง!!
เคยส่องกระจกมั่งมั้ย?!!
สัญลักษณ์ปีกก็ไม่เห็นมี!! รู้ที่ที่ควรอยู่ซะบ้างสิ!!
นัตสึฮิโกรธจนตัวสั่น
แต่ก็ทำไรไม่ได้ เธอคิดว่าสามีคงจะช่วยเธอ
แต่เมื่อเคร้าส์ผู้เป็นสามีบอกให้นั่งลงและเงียบ
นัตสึฮิจึงวิ่งพร้อมน้ำตาออกไปที่ระเบียงทางเดินทันที
ยายคุมาซาวะที่เห็นเหตุการณ์จึงได้แต่คิดในใจ
.....น่าสงสารจริง.....
....ชั้นทำอะไรไม่ได้เลย มีแต่คอยแอบมองเท่านั้นเอง......
จบบทนี้ ณ เวลาบ่าย
2
The
End of Chapter 5
=-=-=-=-=-=-=-=
ขอโทษทุกท่านที่มาช้านะครับ
ช่วงสงกรานต์ไม่มีเวลาเลย
แล้วก็สำหรับตอนที่ 5
อาจจะสั้นไปหน่อยนะครับ
เพราะผมแปลไม่แน่ใจจริงๆเรื่องสงครามเกาหลี
กับเรื่องของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ในเรื่องกล่าวถึง
สำหรับตอนที่ 6
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะอัพประมาณวันพุธนะครับ
ขอบคุณครับ
*EDIT ข้อมูลเกร็ดสงครามเกาหลีนะครับ โดยคุณ Lowfailer
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาวะล้มละลายและถูก
อเมริกายึดครองกลายเป็นประเทศที่แทบจะไร้อนาคต
แต่ก็สงครามเกาหลีนี้เองที่มีส่วนให้ญี่ปุ่นฟื้นฟูประเทศได้เร็วขึ้น
เรื่องมีอยู่ว่าเกาหลีเหนือ(ภายใต้การหนุนของโซเวียต)ได้บุก
เกาหลีใต้(ในสมัยนั้นอ่อนแอสิ้นดี)หมายจะรวมประเทศให้เป็นหนึ่ง
ฝ่ายอเมริกาเกรงว่าลัทธิคอมมูนิสต์จะเข้ามามีอิทธิพลทั่วทั้งเอเชีย
ตะวันออกจึงได้ทุ่มงบประมาณเต็มที่ในสงครามครั้งนี้
ญี่ปุ่นพลอยได้รับอานิสงต์จากงบประมาณสงครามด้วย
เพราะอเมริกาได้พัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำหรับใช้เป็น
ฐานทัพในการทำสงคราม รวมทั้งได้อัดฉีดเงินให้ญี่ปุ่นเพื่อไม่ให้
หันเหเข้าไปหาฝ่ายคอมมูนิสต์และใช้พัฒนาญี่ปุ่นให้สามารถ
พึ่งตนเองได้เพื่อเป็นด่านหน้าของอเมริกาในการเผชิญหน้ากับ
ฝ่ายคอมมูนิสต์
สำหรับตามที่บาโทระพูดนั้นมีใจความว่า
"ท่านปู่รู้แต่แรกแล้วว่าจะต้องมีสงครามเกาหลีขึ้น
ตามในหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ได้รับผลประโยชน์จากสงครามเกาหลี
แต่ความจริงแล้วมีเพียงระดับคนรวยเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์ คนระดับล่างยังคงจนอยู่เหมือนเดิม
สำหรับท่านปู่นั้นได้เป็น 1 ในกลุ่มของคนที่โชคดี"
edit @ 19 Apr 2008 15:01:24 by SoRuJa